แรชฟอร์ดสำรองแฮตทริก! แมนยูโหดท้ายเกมถล่มไลป์ซิกยับ เฮ2นัดติดชปล.

มาร์คัส แรชฟอร์ด แม้จะลงมาเป็นสำรองแต่โชว์ฟอร์มได้ร้ายกาจหลังตะบันแฮตทริกพา "ผีแดง" ไล่ถล่ม แอร์เบ ไลป์ซิก ขาดลอย 5-0 คว้าชัยสองนัดติดมี 6 คะแนนนำเป็นจ่าฝูงกลุ่ม เอช ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    แมนฯยูไนเต็ด กลับมาเฝ้ารังหลังนัดแรกบุกไปคว้าชัยเหนือ เปแอสเช 2-1 เกมนี้รับการมาเยือนของ ไลป์ซิก ที่ชนะ บัคซักเซเฮียร์ มา 2-0 

 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ปรับทัพส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงเล่นตัวจริง โดยมี อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และเมสัน กรีนวู้ด ยืนเป็นหน้าคู่ ส่วน ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ มีทีเด็ดอย่าง  เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, ดานี่ โอลโม่ และ ยุสซุฟ โพลเซ่น

    เริ่มเกมมา 5 นาทีแรก "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นก่อนเลยหลัง ลุค ชอว์ เปิดฟรีคิกทางด้านซ้ายมาเสาไกล บอลทะลักมาเข้าทาง เฟร็ด วิ่งมาตะบันด้วยขวาเสาแรก แต่ยังไปติดเซฟของ ปีเตอร์ กูลาชชี่ 

    นาที 10 เฟร็ด แทงบอลให้ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปในกรอบ ก่อนปาดมาหน้าประตูทว่า ย้อนหลัง เมสัน กรีนวู้ด ไปอย่างน่าเสียดาย 

    หลังบดอยู่นาน นาที 21 แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากความยอดเยี่ยมของ ปอล ป็อกบา ที่แทงบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบมุมเสาไกลอย่างเฉียบขาด ก่อนที่ VAR จะเช็กว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าหรือไม่? ก่อนจะยืนยันให้ประตูแก่ผีแดง

    ไลป์ซิก อยู่ไม่ได้ต้องเปิดโหมดเกมรุก นาที 24 เกือบได้ลุ้นตีเสมอเช่นกัน เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ไหลออกชวาให้ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่บอลยังพุ่งไปติดมือของ ดาบิด เด เคอา

    นาที 32 เบนจามิน เฮนริคส์ วางบอลยาวมาให้ อังเคลินโญ่ วอลเลย์แบบไม่จับด้วยซ้ายแต่บอลก็ยังไปติดบล็อค วาน-บิสซาก้า ก่อนที่ เด เคอา จะออกมารับไว้ได้

    จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ แอร์เบ ไลป์ซิก 1-0

    ครึ่งหลัง นาที 52 เฟร็ด จ่ายบอลต่อให้ เมสัน กรีนวู้ด สับไกยิงในกรอบแต่บอลยังโดน ปีเตอร์ กูลาชชี่  ปัดออกไป

  เกมผ่านไปถึง นาที 62 โซลชา ปรับทัพส่งทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และสกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงไปเล่นแทน เมสัน กรีนวู้ด และเนมานย่า มาติช ส่วนทางฝั่งไลป์ซิก ส่ง มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ลงมาเล่นแทน เบนจามิน เฮนริคส์ 

    นาที 65 ทีมเยือนหวิดได้ลูกตีเสมอ หลัง ยุสซุฟ โพลเซ่น เปิดฟรีคิกมาให้ อิบราฮิม่า โคนาเต้ โขกเน้นๆ บอลยังไปติดเซฟของ เด เคอา 

    นาที 70 "ผีแดง" ส่งเพลย์เมกเกอร์อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงมาเล่นแทน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

    นาทีถัดมา บรูโน่ เกือบแผลงฤทธิ์หลังเล่นฟรีคิกด้วยการชิพบอลข้ามกำแพงให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่บอลเลยไปติดเซฟของ ปีเตอร์ กูลาชชี่ หวุดหวิด

    นาที 74 บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงบอลเร็วให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดจากครึ่งสนามเข้าไปดวลเดี่ยวกับนายด่านไลป์ซิก ก่อนจะยิงสวนตัว ปีเตอร์ กูลาชชี่ เข้าไป กระนั้นต้องผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว ทว่า VAR หลังได้เช็กแล้วเห็นว่า แรชฟอร์ด ยังไม่เลยครึ่งสนามทำให้ไม่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าทำให้ลูกนี้เจ้าถิ่นได้ประตู ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด นำห่าง 2-0

    เท่านั้นไม่พอ นาที 78 "ปีศาจแดง" มานำห่างเป็น 3-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เฟร็ด ตัดบอลได้กลางสนามก่อนแทงขึ้นหน้าให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กระชากหนี ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เข้าไปซัดบอลผ่านตัว กูลาชชี่ เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

    นาที 85 มาร์เซล ซาบิตเซอร์ มาทำเสียจุดโทษหลังไปเสียบ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นมาสังหารเข้าไปไม่พลาดให้ "ปีศาจแดง" นำโด่ง 4-0

    นาที 89 เอดินสัน คาวานี่ ที่ลงมาสำรองส่งบอลเข้าก้นตาข่ายไปแล้วแต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้า

    กระนั้น ในช่วงทดเจ็บ นาที 90+2 ปีศาจแดงสุดโหดมาได้ประตูที่ 5 นำโด่ง และเป็นมาร์กซิยาลที่ไหลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้ยิงในกรอบไม่ถึง 12 หลาบอลพุ่งแรงผ่านตัว กูลาชซี่ เข้าไป และเป็นแฮตทริกของ แรชฟอร์ดในเกมนี้

    จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรังไล่ถล่ม แอร์เบ ไลป์ซิก ขาดลอย 5-0 คว้าชัยสองนัดติด เก็บได้ 6 แต้มเต็ม โอกาสเข้ารอบสดใส ขณะที่ ไลป์ซิก แพ้เป็นเกมแรก มี 3 คะแนน เท่ากับ เปแอสเช ที่คว้าชัยเหนือ บาซัคเซเฮียร์ 2-0

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-1-2-1-2) : ดาบิด เด เคอา - อารอน วาน-บิสซาก้า (อั๊กเซล ตวนเซเบ้ น.81), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ - เนมานย่า มาติช (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ น.63) - เฟร็ด, ปอล ป็อกบา (เอดินสัน คาวานี่ น.81) - ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค (บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.68) -  อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, เมสัน กรีนวู้ด (มาร์คัส แรชฟอร์ด น.63)

    เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    แอร์เบ ไลป์ซิก (4-1-4-1) : ปีเตอร์ กูลาชชี่ - เบนจามิน เฮนริคส์ (มาร์เซล ซาบิตเซอร์ น.63), อิบราฮิม่า โคนาเต้, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, มาร์เซล ฮัลส์เทนแบร์ก - เควิน คัมป์เพิ่ล (จัสติน ไคเวิร์ต น.76) - คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู (อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ น.65), เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, ดานี่ โอลโม่, อังเคลินโญ่ - ยุสซุฟ โพลเซ่น

    เทรนเนอร์ : ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์

    ผู้ตัดสิน : มาเตย์ ยุก (สโลวีเนีย)

แชร์